ยาที่ไม่ควรกินคู่กัน ควรรู้ไว้
posted on 21 Oct 2009 22:00 by girlexteen in knowledgeยาที่ไม่ควรกินคู่กัน
"Good things come in pair" ดังวลีฝรั่งนี่ที่บอกว่าของทุกอย่างมีคู่แฝดอยู่เสมอ อาจเป็นแฝดเหมือน หรือแฝดต่างก็ได้
เรื่องของโอสถรักษาโรคก็ย่อมต้องมีคู่แฝดของมันที่ต้องมีทั้งแฝดที่ดีและแฝดที่ร้าย คล้ายเทวากับซาตาน
ซึ่งเคยมีกรณีที่ถึงแก่ชีวิตมาแล้ว ซึ่งโดยมากมักเกิดจาก "ความไม่รู้" ในฤทธิ์อันไพศาลของยาแต่ละเม็ดที่กินอยู่ โดยเราจะค่อยมาดูกันไปทีละแฝด
แฝดที่ดี
เสมือนคู่บุญยิ่งรู้จักกินให้เสริมกันก็จะยิ่งช่วยเสริมสุขภาพหรือ
ทำการรักษาโรคให้ท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1) วิตามินซีกับคอลลาเจน จะช่วยกันสร้างเนื่อเยื่อใหม่ให้ใสปิ๊งปั๊งไม่เหี่ยวหย่อนย้อย
2) ธาตุเหล็กกับวิตามินซี เช่น ถ้าจะกินเลือดหมูให้ได้ธาตุเหล็กก็ควรกินกับผักที่มี
วิตามินซีสูงเช่นใบตำลึงก็จะดีไม่น้อย
3) แคลเซียมกับแมกนีเซียม แคลเซียมจะดูดซึมได้ดีต้องมี "ตัวช่วย" พามันเข้าไปได้แก่แมกนีเซียม วิตามินดี และวิตามินเค ด้วยซึ่งอยู่ในแสงแดดและผักเขียวจัดตามลำดับ
4) วิตามินเอ, ซี และอี พยายามไปด้วยกันเป็นดี หรือสูตรที่ดี คือกินเพียงซีเพียงตัว
เดียว ส่วนเอกับอีนั้นกินเอาจากผักคะน้า และถั่วลิสงสักวันละกำมือ
5) น้ำมันปลา (ไม่ใช่น้ำมันตับปลา) ขอให้เลือกชนิดที่มีดีเอชเอคู่กันกับอีพีเอ ยิ่งมาก
หน่อยยิ่งดี อย่างน้อยกินให้ได้ค่า ดีเอชเอ + อีพีเอ = 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน โดยมีเคล็ดไว้ว่า
ถ้าอยากบำรุงสมองต้องเลือกชนิดที่มีดีเอชเอเด่น แต่ถ้าจะให้บำรุงส่วนอื่นเป็นหลักเช่นข้อ
อักเสบให้เลือกเอาชนิดที่มีอีพีเอสูงด้วย
แฝดที่ร้าย
แฝดตัวนี้ถือเป็นระดับ "ตัวแม่" ที่น่ากลัวกว่าเยอะมาก เพราะอาจทำให้เกิดเลือดออกในสมองจนเป็นอัมพาตหรือหัวใจวายแน่นิ่งไปได้
1) น้ำมันปลากับแอสไพริน คู่ร้ายอันดับแรกโดยน้ำมันปลานี้มีฤทธิ์
ช่วยให้เลือดใสไม่หนืดเหนียว ส่วนแอสไพรินมีฤทธิ์เดียวกัน คือ ช่วยให้ไม่เกิดลิ่มเลือดจับแข็ง
กันเป็นก้อนตันเมื่อกินคู่กันเลยกลายเป็นคู่สังหารพาลให้เลือดไหลพรวดพราดไม่หยุด
แม้การกรอฟันเพียงนิดก็อาจทำให้เลือดออกได้ราวกับผ่าตัดใหญ่
2) วิตามินอีและอีฟนิ่งพริมโรส มีคนไข้อยากผิวสวยมาหาจึงได้บอกไปให้เลือกอย่าง
หนึ่งก็พอ เพราะล้วนแต่วิตามินอีทั้งนั้น ซึ่งถ้าได้มากไป อาจทำให้เกิดหัวใจพิบัติแทน
3) แคลเซียมเสริมกับแคลเซียมสด ถ้าท่านกินงาดำได้วันละ 4 ช้อนโต๊ะ หรือเต้าหู้ขาว
แข็งวันละ 3 ขีด ก็จะได้แคลเซียมราว 1,000 มิลลิกรัมอยู่แล้ว ซึ่งถ้ามีแคลเซียมเกินไป จะทำ
ให้ไปจับกับหลอดเลือด ทำให้ตีบแข็งได้
4) กาแฟกับแคลเซียม ขอให้เลี่ยงกินแคลเซียมร่วมกับกาแฟ เพราะกาแฟจะไปยับยั้ง
การดูดซึมแคลเซียมออกจากกระดูกอีกด้วย
5) ธาตุเหล็กกับเลือดจางธาลัสซีเมีย หากท่านเป็นเลือดจางชนิดธาลัสซีเมียแล้ว ไปกิน
ธาตุเหล็กเสริมจะเท่ากับเติมยาพิษให้กับหัวใจและตับตัวเอง
เมื่อถึงตอนนี้ ขอให้ท่านหยิบยาออกมาสังคายนาแยกวางเป็นชนิดบนโต๊ะ แล้วจัดเป็นกลุ่มไว้
ว่ารักษาโรคไหนแล้ว บางทีจะเกิดพุทธิปัญญาทีเดียวว่า เรากินยามากเกินความจำเป็นไป
เพียงใด แต่นั่นก็ยังไม่ร้ายเท่ากินยาที่ดันไปเสริมฤทธิ์กันให้เป็นพิษเข้าไปเสียอีก
(ที่มา: คอลัมน์ "็กายคิด-จิตกำหนด" โดยนายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับ "กายใจ" 11-24 ตุลาคม 2552)
edit @ 18 Nov 2009 18:40:23 by x teen girl
#1 By charin (61.19.124.85) on 2009-10-21 22:08